Pages

Saturday, May 31, 2008

นำร่อง “ซีเอสอาร์ แคมปัส” คึกคัก

เดินหน้าลุยดึงธุรกิจอีสานร่วม


วันเพ็ญ พุทธานนท์

โครงการเสริมความรู้ซีเอสอาร์สู่ภูมิภาค หรือ ซีเอสอาร์ แคมปัส เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสถาบันไทยพัฒน์ หน่วยงานที่ศึกษาวิจัยเรื่องซีเอสอาร์ บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้ด้านบรรษัทบริบาลในไทย ด้วยการจัดกิจกรรมฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักวิชาการ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องใน 75 จังหวัดทั่วประเทศ

การร่วมมือของ 4 พันธมิตร ถือได้ว่าเป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นครั้งแรกในไทย เพราะเห็นว่าซีเอสอาร์มีความสำคัญ ที่ทุกองค์กรธุรกิจในขณะนี้ มีความตื่นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจหน้าใหม่ที่เริ่มพัฒนากิจกรรมซีเอสอาร์ ด้วยการลองผิดลองถูกได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ทำให้ขาดทิศทางที่แน่ชัดว่ากิจกรรมซีเอสอาร์หลักๆ ที่องค์กรควรทำคืออะไร และที่ไม่ควรทำคืออะไร

รูปแบบกิจกรรมในโครงการดังกล่าว เป็นการฝึกอบรมโดยมีวิทยากรเป็นผู้บรรยาย ร่วมกับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กช็อปพร้อมกรณีศึกษาใช้เวลา 6 ชั่วโมงต่อการฝึกอบรม 1 ครั้ง ในแต่ละจังหวัด โดยผู้เข้าร่วมอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

จากโครงการนี้ คาดว่าจะเป็นการสร้างเครือข่าย “Thai CSR” ที่มีโมเดลสอดคล้องกับสังคม ทั้งยังเชื่อมั่นว่ากิจกรรมซีเอสอาร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากห้องอบรมในแต่ละจังหวัด สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาซีเอสอาร์ท้องถิ่นในระดับชาติด้วย ที่สำคัญคือผลผลิตที่เป็นผู้ผ่านการอบรมจากโครงการจะมีโอกาสพัฒนาเป็น CSR Agent กระจายอยู่ในทุกจังหวัด รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน

สำหรับความคืบหน้าของโครงการนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการอบรมหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ช่วงแรก 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยพบว่าได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจ ภาคเอกชน และข้าราชการท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ส่งผลให้หลักสูตรอบรมช่วง พ.ค. ที่ต่อเนื่องในอีก 7 จังหวัดภาคอีสาน จะมุ่งเป้าไปที่การเสริมความรู้และเพิ่มกลยุทธ์ เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจอย่างแจ่มชัด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงและเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมไทย

พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ เล่าว่า การอบรมใน 5 จังหวัด เริ่มที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นแห่งแรก นับว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งการบรรยาย CSR แบบเบื้องต้นและเจาะลึกรวมไปถึงการเสวนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อคิดค้นกิจกรรม CSR เชิงกลยุทธ์ที่เป็นไปได้ขององค์กร และการจัดกลุ่มระดมสมองเพื่อร่วมค้นหาแนวทาง CSR ของ จ.ฉะเชิงเทรา

ผลของการค้นหาแนวทาง CSR ของจังหวัดร่วมกันนั้น โครงการ CSR ที่ได้รับการคัดเลือก คือ “โครงการอนุรักษ์และพัฒนาแห่งท่องเที่ยวลุ่มน้ำบางปะกงแบบบูรณาการ” มีรูปแบบกิจกรรมที่สำคัญๆ ได้แก่ การรณรงค์ให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่าชายเลนและแม่น้ำบางปะกงแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ การส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดเส้นทางแม่น้ำบางปะกงด้วยการล่องเรือชมทัศนียภาพ โดยการร่วมมือของจังหวัด อบจ. และ ททท. การกำหนดมาตราการห้ามทิ้งน้ำเสียลงสู่แม่น้ำบางปะกง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาอ่างฤาไน และการฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลน โดยการปลูกป่าชายเลนทดแทนส่วนที่ถูกทำลาย

ด้าน จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 2 นั้น ในระหว่างการบรรยายได้มีผู้เข้าร่วมอบรมซักถามและแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจในเรื่อง CSR กันอย่างจริงจัง ส่วนกิจกรรม CSR เชิงกลยุทธ์ขององค์กรคือ “การสร้างเครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน” แต่กิจกรรมที่ใช้เป็นแนวทาง CSR ของ จ.สมุทรปราการ คือ “โครงการลดโลกร้อนสัญจร มอบความรู้ สู่ชุมชน” โดยมีรูปแบบกิจกรรมที่สำคัญๆ ได้แก่ การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนให้กับชุมชน การประกวดโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการติดตามผลกับชุมชนต่อความตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน

ขณะที่การเปิดอบรมหลักสูตร CSR ใน จ.นครนายก ซึ่งจัดเป็นแห่งที่ 3 นั้น จากการเสวนาเชิงปฏิบัติการ กิจกรรม CSR ของ จ.นครนายก มี 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ “(นั่งเกวียน) ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” และโครงการ “รักษ์ธรรมชาติ” เพื่อการรักษ์น้ำ รักษ์ป่า และรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างความร่วมมือที่ดีในการอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว

การบรรยายที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นำเสนอแผน CSR หลากหลาย แต่โครงการที่สมาชิกเห็นถึงความน่าจะเป็นคือ “โครงการเกษตรดี มีมาตรฐาน” เป็นความร่วมมือระหว่าง สนง.เกษตรจังหวัด สนง.เกษตรอำเภอ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม พาณิชย์จังหวัด กลุ่มเกษตร และเทศบาล โดยรณรงค์ให้มีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ รณรงค์ให้มีการลด-เลิกการใช้สารเคมี และจัดให้มีงานประกวดผลิตผลทางการเกษตร

สำหรับที่ จ.สระแก้ว มีผู้นำเสนอกิจกรรม CSR ในปัจจุบันขององค์กรเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เช่น โครงการรักษาสิ่งแวดล้อมและทดแทนพลังงาน โดยการกำจัด-บำบัดของเหลือทิ้งจากฟาร์ม แต่สรุปผลการได้รับการคัดเลือกของเวที ที่จะใช้เป็นแนวทางกิจกรรมของจังหวัดคือ “โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงวัฒนธรรม และเชิงนิเวศน์” ในเชิงเกษตร สระแก้วเป็นแหล่งผลิตแคนตาลูปและหน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นจังหวัดเดียวในภาคที่มีฟาร์มโคนม ในเชิงวัฒนธรรม สระแก้วมีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อจำนวนมาก

นับจากนี้ สถาบันจะเดินหน้าขยายการจัดอบรมไปให้ครอบคลุมทุกจังหวัด เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วไล่เรียงไปจนครบ ซึ่งผู้สนใจในแต่ละจังหวัดสามารถติดตามตารางเวลาการอบรม และเข้าร่วมอบรมได้ทางเว็บไซร์ csrcampus.com และตามสถานที่รับสมัครในจังหวัดนั้นๆ ซึ่งจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าทางสื่อต่างๆ


No comments:

Post a Comment