Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

สถาบันไทยพัฒน์กับงานวิจัยด้านบรรษัทบริบาล


สถาบันไทยพัฒน์ เป็นองค์กรที่ไม่มีวัตถุประสงค์หากำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542 ในรูปของชมรมไทยพัฒน์ และได้เปลี่ยนแปลงสถานภาพมาเป็นสถาบันไทยพัฒน์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2544 ทำงานด้านการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและบรรษัทบริบาล (Corporate Social Responsibility) ในรูปแบบต่างๆ โดยใช้การวิจัย การให้คำปรึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงาน ได้เข้าร่วมเป็นภาคีภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ก่อตั้งขึ้นโดย ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2548

ด้วยทรัพยากรของสถาบันไทยพัฒน์ ที่ประกอบด้วยบุคลากรซึ่งมีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริหารจัดการสมัยใหม่ จึงได้นำมาผสมผสานให้เข้ากับการดำเนินงานตามแนวทาง “การร่วมมือกัน” ซึ่งเป็นหลักการดั้งเดิมของมูลนิธิฯ ในลักษณะที่เรียกว่า “การเข้ามีส่วนร่วมด้วยนวัตกรรม” (Contribution by Innovation) โครงการและกิจกรรมต่างๆ ของสถาบันไทยพัฒน์ จึงสะท้อนการดำเนินงานในแบบของการทำงานร่วมกัน ทั้งที่เป็นการริเริ่มโครงการและกิจกรรมให้แก่หน่วยงานอื่นได้เข้ามีส่วนร่วม และการเข้ามีส่วนร่วมในโครงการและกิจกรรมของหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการอยู่แล้ว โดยการสนับสนุนความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือจากการคิดขึ้นใหม่ เพื่อให้เกิดการต่อยอดขยายผลความสำเร็จในแต่ละโครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมอย่างเต็มที่

ปัจจุบัน สถาบันไทยพัฒน์ ได้พัฒนาโครงการวิจัยและให้คำปรึกษา "การพัฒนาซีเอสอาร์เชิงกลยุทธ์" (Strategic CSR Development) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะตอบคำถามหลักสองประการ ประการแรก คือ มีกิจกรรมใดบ้างที่องค์กรกำลังดำเนินอยู่แล้วนั้นเป็นกิจกรรมซีเอสอาร์และกิจกรรมที่ว่านั้นจัดเป็นซีเอสอาร์ประเภทใด ประการที่สอง คือ จะมีเครื่องมือหรือวิธีในการวัดผลการดำเนินกิจกรรมซีเอสอาร์ที่มีอยู่ได้อย่างไร และจะปรับปรุงให้เสริมกับธุรกิจได้อย่างไร

นอกจากนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ยังได้พัฒนาโครงการศึกษาและจัดทำ "แผนแม่บทซีเอสอาร์" (CSR Master Plan) ซึ่งเป็นเสมือนพิมพ์เขียวด้านบรรษัทบริบาลของหน่วยงาน เพื่อตอบสนองต่อภาวการณ์เปลี่ยนแปลงในวิธีการดำเนินธุรกิจ ที่จำต้องมีองค์ประกอบของซีเอสอาร์ภายในองค์กร และเพื่อให้ส่วนงานต่างๆ ขององค์กรได้มีกรอบในการดำเนินงานด้านบรรษัทบริบาลให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันอย่างมีกลยุทธ์ และให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการสร้างการรับรู้ในกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมสู่สาธารณชนอย่างเป็นเอกภาพ