Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

ผลสำรวจซีเอสอาร์เหนือ

เลือก ‘ธรรมชาติ-ศิลปวัฒนธรรม’ เป็นโมเดลล้านนา
พร้อมนำ CSR Campus ล่องใต้ค้นหาโมเดล ‘อันดามัน’ เดือน ส.ค. นี้


สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ “บรรษัทบริบาล” (Corporate Social Responsibility – CSR) ให้แก่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักวิชาการ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ในโครงการ CSR Campus ด้วยความร่วมมือจาก บมจ. กสท โทรคมนาคม บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (ดีแทค) และบจ. โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เพื่อต้องการส่งเสริมความรู้ในเรื่อง CSR ให้กระจายไปสู่ภูมิภาคใน 75 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีทั้งการบรรยายร่วมกับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและค้นหาแนวทางการพัฒนากิจกรรมเพื่อสังคมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัดภายใต้โมเดล “THAI CSR”

สำหรับผลจากการระดมสมอง CSR ของจังหวัดในภาคเหนือ สามารถรวบรวมประเด็น CSR ได้ทั้งสิ้น 4 กลุ่ม ได้แก่ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเกษตรปลอดภัย

อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
CSR ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอยู่ด้วยกัน 6 จังหวัด ได้แก่ “โครงการคืนน้ำใสให้กว๊านพะเยา” ของ จ.พะเยา ที่ต้องการเห็นคุณภาพน้ำของกว๊านพะเยาดีขึ้น ชุมชนจะได้ใช้น้ำที่มีคุณภาพ และสามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ “โครงการป่าเขียว น้ำใส สานใจเพื่อแม่” ของ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นโครงการที่จะจัดกิจกรรมให้คนในจังหวัดได้ช่วยกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. ของทุกปี โดยเฉพาะป่าต้นน้ำเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน “โครงการปลูกป่าไม้สัก” ของ จ.แพร่ ในพื้นที่ของจังหวัดเพื่อป้องกันน้ำท่วม (ภัยธรรมชาติ) เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและช่วยลดโลกร้อน อีกทั้งยังเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต “โครงการรวมน้ำใจ นำน้ำใส สู่หริภุญชัย” ของ จ.ลำพูน ที่ต้องการสร้างฝายน้ำล้นตามแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของจังหวัด มีกิจกรรมการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์แหล่งน้ำธรรมชาติในเขตของแหล่งต้นน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากและปัญหาภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลให้มีน้ำสะอาดเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี “โครงการปั่นจักรยานลดโลกร้อน” ของ จ.น่าน ที่ต้องการรณรงค์ให้มีการใช้จักรยานไปทำงาน ไปโรงเรียน โดยให้หน่วยราชการของจังหวัดเป็นผู้นำให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมการออกกำลังกาย “การพัฒนาลุ่มแม่น้ำยมอย่างยั่งยืน” ของ จ.สุโขทัย ที่จะดำเนินการขุดลอกแม่น้ำยมตลอดสายจาก อ.ศรีสัชนาลัย ถึง อ.กงไกรลาศ และทำเขื่อนกั้นน้ำหรือประตูน้ำ เพื่อรักษาระดับน้ำในฤดูแล้ง ป้องกันการเกิดอุทกภัย และมีแหล่งน้ำไว้ใช้ในการเกษตร

ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและศิลปวัฒนธรรม
สำหรับแนวทาง CSR ที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ “การอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมล้านนา” ของ จ.เชียงราย ด้วยการแต่งกายล้านนาในทุกวันศุกร์ รณรงค์ให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่พูดจาภาษาถิ่น จัดให้มีถนนคนเมืองทุกเดือน และจัดให้มีการแสดงจากชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อสร้างให้เกิดความสำนึกรักถิ่นฐานและสืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่เมือง “โครงการเชียงใหม่เมืองน่าอยู่” ของ จ.เชียงใหม่ ที่ต้องการดูแลภูมิทัศน์เมืองด้วยการจัดระเบียบป้ายโฆษณาไม่ให้บดบังทัศนียภาพสถานที่เชิงศิลปวัฒนธรรมและให้มีรูปแบบที่บ่งบอกถึงความเป็นล้านนา รณรงค์ให้มีความรู้ในการคัดแยกและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี รวมถึงการลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อให้เมืองเชียงใหม่สะอาดน่าอยู่ “การอนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชนอำเภอปายให้น่าอยู่” ของ จ.แม่ฮ่องสอน ที่เน้นการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม คงสภาพแวดล้อมและรักษาเสน่ห์ทางธรรมชาติของชาวแม่ฮ่องสอน รวมทั้งการยับยั้งปัญหามลพิษจากธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นฟูชุมชนดั้งเดิมให้มีความเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันตามเศรษฐกิจพอเพียงและสำนึกรักบ้านเกิด “การย้ายถังบรรจุแก๊ส LPG ออกจากใจกลางเมือง” ของ จ.ลำปาง เพื่อให้คนในชุมชนในรัศมี 30 กม. มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และไม่เกิดความวิตกกังวล

สร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
จังหวัดที่เน้นแนวทาง CSR ในเรื่องท่องเที่ยว ได้แก่ “เยือนเมืองตาก รักษ์เมืองตาก” ของ จ.ตาก โดยการนำเที่ยวในเส้นทางรอบๆ ตัวเมืองตากด้วยรถรางหรือรถประหยัดพลังงาน เพื่อให้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวและประวัติความเป็นมาของจังหวัดตาก “โครงการอิ่มบุญ อิ่มใจ ไร้มลพิษ” ของ จ.เชียงใหม่ ที่ต้องการรณรงค์การท่องเที่ยวร่วมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยกิจกรรมสักการะพระยากาวิละ ผู้เป็นพ่อเมืองเชียงใหม่ ปั่นจักรยานไหว้พระ 9 วัด (กิจกรรมวันอาทิตย์) ไหว้อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ไหว้ศาลหลักเมือง และทัวร์ถนนคนเดิน “กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ของ จ.พิษณุโลก ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศ สร้างให้เกิดการเผยแพร่ขนบประเพณี วัฒนธรรมที่ดีของชาวพิษณุโลก อีกทั้งเป็นการร่วมกันพัฒนาธรรมชาติของจังหวัด “เมืองฝัน เมืองมหัศจรรย์แห่งปัญญา และการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน” ของ จ.อุตรดิตถ์ ที่มีแนวคิดในการจัดคาราวานท่องเที่ยวแบบครอบครัวในสถานที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัด เช่น เขื่อนสิริกิติ์ วนอุทยานสักใหญ่ และด่านชายแดนไทย-ลาว มีการรวบรวมข้อมูลของดีเมืองอุตรดิตถ์เผยแพร่สู่ภายนอกในระดับประเทศ รวมทั้งมีการปลูกจิตสำนึกให้มีส่วนร่วมและรักชุมชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้ยั่งยืน “รักษ์ถิ่นอุทัยร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” ของ จ.อุทัยธานี ที่มีเป้าหมายในการอนุรักษ์ประเพณี สังคมและวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และมีแนวคิดในการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งทางบก (แรลลี่เปิดประตูสู่อุทัย) และทางน้ำ (ล่องเรือชมธรรมชาติตามลำน้ำสะแกกรัง)

รณรงค์เกษตรปลอดภัย ไร้สารเคมี
ส่วนจังหวัดที่ต้องการใช้ CSR ในการรณรงค์เรื่องเกษตรปลอดภัย ได้แก่ “เกษตรปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี” ของ จ.กำแพงเพชร ด้วยการจัดทำโครงการให้ความรู้ด้านกระบวนการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต และการลดการใช้สารเคมีแก่เกษตรกร รวมทั้งการให้การรับรองมาตรฐานโดยหน่วยราชการ ตลอดจนการรับซื้อผลผลิตที่ได้มาตรฐานโดยองค์กรธุรกิจ ทำให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย และเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น “เชียงราย Green City” ของ จ.เชียงราย ที่ต้องการส่งเสริมเกษตรกรรมในรูปแบบของเกษตรอินทรีย์ มีการลด-คัดแยกขยะ-การนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ และผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นการลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีสุขภาพแข็งแรง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม “เชียงใหม่ Green Fest” ของ จ.เชียงใหม่ ด้วยการสร้างอาชีพเกษตรกรระดับฐานรากให้ผลิตผลผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ส่งเสริมให้ปลูกผัก ผลไม้ และสมุนไพร มีการให้ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพและยากำจัดแมลง ทำให้ประชาชนได้บริโภคผัก ผลไม้ ที่สะอาดปลอดสารพิษ “เกษตรปลอดภัย กำไรสู่สังคม” ของ จ.พิจิตร เพื่อให้ความรู้กระบวนการทำเกษตรปลอดภัย (อินทรีย์) โดยการอบรม ศึกษาดูงาน สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดหาทุนสนับสนุน เสริมสร้างเครือข่ายในการทำงาน/รวมกลุ่ม และพัฒนาองค์ความรู้การเกษตรปลอดภัย/ธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ได้อาหารที่ปลอดภัย (From Farm to Table) ลดโรคภัยไข้เจ็บจากสารเคมี และสุขภาพของประชาชนดีขึ้น

ล่องใต้ 14 จังหวัด ส.ค. นี้
จากนี้ไป คณะวิทยากรจากสถาบันไทยพัฒน์ จะออกเดินสายค้นหาโมเดล CSR ต่อในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จ.ชุมพร ณ ห้องพลอย โรงแรมจันทร์สมชุมพร และจ.สงขลา ณ ห้องสุวรรณภูมิ 1 โรงแรมเดอะรีเจนซี่ หาดใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม จ.ระนอง ณ ห้องราชพฤกษ์ โรงแรมระนองการ์เด้น และจ.สตูล ณ ห้องสมุทรเทวา โรงแรมสินเกียรติธานี ในวันอังคารที่ 5 สิงหาคม จ.สุราษฎร์ธานี ณ ห้องบุษราคัม โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า และจ.ตรัง ณ ห้องธนาสิน ชั้น 3 โรงแรมธรรมรินทร์ธนา ในวันพุธที่ 6 สิงหาคม จ.นครศรีธรรมราช ณ ห้องจงกลนี โรงแรมทวินโลตัส และจ.กระบี่ ณ ห้องบุษราคัม โรงแรมกระบี่รอยัล ในวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม จ.พัทลุง ณ ห้องวังเก่า 1โรงแรมลำปำรีสอร์ท และจ.พังงา ณ ห้องภูงา โรงแรมภูงา ในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม ทั้งนี้ กองคาราวาน CSR Campus จะมาจัดงานสัมมนาใหญ่ปิดภารกิจการเดินสายภาคใต้ที่ จ.ภูเก็ต ณ ห้องรัตนโกสินทร์แกรนด์บอลรูม โรงแรมถาวรแกรนด์พลาซ่า ในวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม โดยจะมีการนำเอาบทสรุปทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ มารายงานต่อที่ประชุมสัมมนานี้ สำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ csrcampus.com


ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
คุณปิยเลขา ไหล่แท้ และ คุณจินตนา จันสน
โทรศัพท์ 02 930 5227 โทรสาร 02 930 5228