Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

ล่องใต้ ดู CSR อันดามัน


ความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) ในแต่ละภูมิภาค ย่อมมีความแตกต่างกันตามบริบทของสังคมไม่มากก็น้อย ถ้าพิจารณาภูมิประเทศของภาคใต้ จะพบว่าภาคใต้มีศักยภาพด้านที่ตั้งที่มีพื้นที่เปิดสู่ทะเลทั้งสองด้าน มีอาณาเขตด้านใต้ติดต่อกับประเทศมาเลเซียและมีข้อตกลงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบ JDS และกรอบ IMT-GT มีฐานทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายทั้งบนบกและในทะเล จึงเป็นแหล่งผลิตและแปรรูปยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล และประมงที่สำคัญของประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้ภาคใต้จะมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่กลับมีปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่เป็นฐานการผลิตโดยเฉพาะทรัพยากรประมง และปัญหามลภาวะจากขยะและน้ำเสียในเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในจังหวัดชายแดนภาคใต้อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ

ทั้งนี้ ผลการระดมความคิดเพื่อค้นหาแนวทางการพัฒนา CSR ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ จากการเดินสายเปิดเวทีสัญจรในพื้นที่ทั้ง 14 จังหวัด โดยสถาบันไทยพัฒน์ ร่วมกับ บมจ. กสท โทรคมนาคม บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (ดีแทค) และ บจ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่มีความต้องการนำ CSR มาใช้จัดการกับปัญหามลภาวะจากขยะ น้ำเสีย และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ซึ่งกำลังเข้ามาสร้างผลกระทบให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างมาก

ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร เสนอให้มีการแบ่งกลุ่มพื้นที่รับผิดชอบปลูกป่าชายเลนโดยการสำรวจข้อมูลพื้นที่ปลูกป่า มีการแบ่งพื้นที่ปลูกป่าให้บริษัทเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ ดำเนินการจัดอบรมปลูกจิตสำนึกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างความสามัคคีในชุมชน พัฒนาให้เป็นจังหวัดน่าอยู่ จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งเน้นการส่งเสริมในเรื่องเกษตรอินทรีย์และสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากการใช้เศษวัสดุเหลือใช้ ลดต้นทุน ลดมลพิษ และได้บริโภคอาหารที่ปลอดสารพิษ จ.นครศรีธรรมราช มุ่งฟื้นแม่น้ำคูคลองของจังหวัดที่ตื้นเขิน สกปรก ใช้งานไม่ได้ ดำเนินการขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางริมคลอง ให้เป็นลำคลองใสสะอาด และ จ.พัทลุง เสนอให้มีการร่วมกันบำบัดน้ำทิ้งจากครัวเรือน และร่วมกันพัฒนาต่อยอดให้พื้นที่ทะเลน้อยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ประชาชนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จ.ระนอง มุ่งปลูกจิตสำนึกให้คนในสังคมรู้จักการทิ้งขยะ ประเภทขยะ (ขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย) และมีแหล่งกำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้เป็นจังหวัดที่สะอาด งามตา ไร้มลพิษ จ.พังงา ต้องการปลูกฝังให้ทุกคนสำนึกในการทำหน้าที่ของตนเองในองค์กรต่อการมีส่วนรับผิดชอบสังคม มีจิตสำนึกและคำนึงถึงส่วนรวมมากขึ้น เพื่อให้เมืองพังงาสะอาด สวยงาม น่าอยู่ จ.ภูเก็ต ต้องการให้ชุมชนรู้จักการคัดแยกขยะ การนำขยะที่ยังใช้ได้นำกลับมาใช้ใหม่ และการทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกวิธี จ.กระบี่ สนับสนุนเชื่อมโยงเครือข่ายการทำประมงชายฝั่ง เน้นการทำประมงแบบพื้นบ้าน ด้วยการใช้อุปกรณ์จากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งร่วมกันรักษาและเพิ่มพื้นที่ของป่าชายเลนให้คงอยู่ และ จ.ตรัง ซึ่งเสนอกิจกรรมที่จะปลูกจิตสำนึกตั้งแต่ในระดับครอบครัว สถานศึกษา องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการช่วยเหลือดูแลรักษาความสะอาดของจังหวัดตรัง

ส่วนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน จ.สงขลา เน้นการสร้างความสะอาดของชายหาดทะเลสาบสงขลาด้วยการลดปริมาณขยะตามหน้าหาด จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ป้อมยาม และแสงส่องสว่างอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับจังหวัดที่มีความสะอาดและปลอดภัยในการเดินทางมาพักผ่อนท่องเที่ยว จ.สตูล เสนอให้มีการปลูกจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดภาวะโลกร้อน โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อทำให้จังหวัดสตูลเป็นที่รู้จักมากขึ้น อันจะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นตามไปด้วย จ.ปัตตานี เน้นให้เยาวชนใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำขยะในโรงเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จูงใจและสร้างความตระหนักให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จ.ยะลา เน้นการร่วมกันฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ยะลาเป็นจังหวัดที่มีความสะอาด มีสภาพแวดล้อมที่ดี และ จ.นราธิวาส มุ่งให้ประชาชนในจังหวัดมีวิถีความเป็นอยู่ มีภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่ดีขึ้น ด้วยการสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน มีการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐในการจัดฝึกอบรมแรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

สำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่อยู่ในภาคตะวันออก ในวันที่ 22-25 กันยายนนี้ คณะวิทยากรจากสถาบันไทยพัฒน์ จะเดินสายเปิดเวทีให้ความรู้และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ในภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ตราด จันทบุรี ระยอง และชลบุรี ตามลำดับ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและค้นหาแนวทางการพัฒนากิจกรรมเพื่อสังคมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ csrcampus.com


[Original Link]