Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

เก็บตก SRI Forum ใน ดี.ซี.


ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว (20-21 พ.ค. 2557) หลังจากการประชุม Shared Value Leadership Summit ที่นครนิวยอร์ก ผมได้เดินทางต่อมายังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมในการประชุมอีกงานหนึ่งของ The Forum for Sustainable and Responsible Investment หรือ US SIF สมาคมที่ประกอบด้วยผู้ลงทุนสถาบัน องค์กรธุรกิจ และนักวิชาชีพราว 400 ราย ดูแลเม็ดเงินลงทุนรวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญ


US SIF (ย่อจากชื่อเดิม คือ Social Investment Forum) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นชื่อ The Forum for Sustainable and Responsible Investment ได้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ถือเป็นฮับการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เน้นความยั่งยืน มีความรับผิดชอบ และมุ่งผลกระทบ ที่รวมกลุ่มกันค่อนข้างประสบผลสำเร็จ จนมีการตั้งหน่วยงานสกุล SIF ในประเทศต่างๆ ตามมามากมาย ได้แก่ UKSIF (สหราชอาณาจักร), Eurosif (ยุโรป), ASrIA (เอเชีย), AfricaSIF (แอฟริกา), VBDO (เนเธอร์แลนด์), SIO (แคนาดา), SWESIF (สวีเดน), RIAA (ออสเตรเลีย), FIR (ฝรั่งเศส), FNG (เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์), SIF-Japan (ญี่ปุ่น), SpainSIF (สเปน), Forum per la Finanza Sostenibile (อิตาลี), KoSIF (เกาหลี), DanSIF (เดนมาร์ก)

จุดมุ่งหมายร่วมกันของบรรดาสมาชิกที่สังกัดหน่วยงานสกุล SIF เหล่านี้ คือ การส่งเสริมบทบาทการลงทุนที่ใช้เกณฑ์ ESG (Environmental, Social และ Governance) ในการสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่น่าพอใจในระยะยาว พร้อมๆ กับการสร้างผลกระทบทางสังคมในเชิงบวก

เนื่องจากเป็นมือใหม่หัดขับ จึงประเดิมการประชุมในช่วงแรกด้วยการสมัครเข้ารับการฝึกอบรมปูพื้นฐานในหลักสูตร Fundamental of Sustainable and Responsible Investment จากจอมยุทธ์ในวงการ (อาทิ Morgan Stanley, Trillium Asset Management, Mercer, Calvert Investments, Goodfunds Wealth Management) ทำให้รู้ศัพท์แสงที่พอจะไปกล้อมแกล้มคุยกับคนอื่นได้ในช่วงถัดไป แถมพกด้วย Certificate ติดกลับมาเมืองไทยเพิ่มอีกใบ (เสียดายว่าหลักสูตรนี้สามารถเก็บหน่วยกิตเพื่อทำคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพ CFP, CFA, IMCA ซึ่งเราไม่ได้เกี่ยว) แต่ก็ได้ไอเดียเพื่อมาทำเค้าโครงการอบรมเรื่อง SRI ในบ้านเราอยู่เหมือนกัน

ในช่วงเปิดงานเป็นการประชุมรวม (Plenary Session) ที่เบอร์หนึ่งของ US SIF (อเมริกา), ASriA (เอเชีย) และบอร์ดของ Eurosif (ยุโรป) มาอัปเดตแนวโน้มเรื่อง Sustainable Investment ในแต่ละมุมโลก โดยผู้ดำเนินรายการซึ่งก็เป็นเบอร์หนึ่งจาก Sustainalytics บริษัทแถวหน้าด้านการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านความยั่งยืนให้กับนักลงทุนทั่วโลก ได้เชื้อเชิญให้ผู้แทนหน่วยงานสกุล SIF จากแคนาดา ออสเตรเลีย แอฟริกา ฯลฯ ร่วมแชร์ความเคลื่อนไหวในถิ่นของตนด้วย (มีสรุปรายงานแนวโน้ม SRI ในอเมริกาที่ US SIF จัดทำทุกๆ 2 ปี โดยปีล่าสุด ค.ศ.2012 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.ussif.org)

การประชุมช่วงต่อไปที่ผมใจจดใจจ่อมากที่สุด ไม่ใช่เพราะหัวข้อของช่วงการประชุม แต่เป็นวิทยากรผู้หนึ่งในช่วงการประชุมนี้ ชื่อ Jed Emerson ซึ่งผมได้อ่านหนังสือที่เขาแต่งชื่อ Impact Investing เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว และทำให้ได้ความคิดความเข้าใจต่อเรื่องตามชื่อหนังสือไว้อย่างมาก

Emerson เป็นผู้บัญญัติศัพท์คำว่า Blended Value ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เพื่ออธิบายถึงการทำให้ได้มาซึ่งคุณค่าที่แยกจากกันไม่ได้ระหว่างเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (คล้ายคลึงกับแนวคิด Triple Bottom Line) ก่อนที่ Michael E. Porter จะบัญญัติคำว่า Shared Value อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2554 เพื่ออธิบายถึงการทำให้ได้มาซึ่งคุณค่าที่เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างธุรกิจและสังคม

ปัจจุบัน Emerson เป็นที่ปรึกษาอาวุโสด้านการลงทุนที่ยั่งยืน และมุ่งผลกระทบให้แก่ 4 ครอบครัวด้วยสินทรัพย์รวมกันกว่า 1.4 พันล้านเหรียญ และยังรั้งตำแหน่ง Chief Impact Strategist ในองค์กรชื่อ ImpactAssets เพื่อบุกเบิกการลงทุนในแบบ Impact Investing ตามที่เขาถนัด

บุคคลสำคัญอีกท่านที่ผมได้มีโอกาสพบในการประชุมครั้งนี้ คือ William B. Rosenzweig ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมและช่วยก่อตั้ง TED conference, Net Impact, Business for Social Responsibility, Global Social Venture Competition (GSVC) เป็นต้น

เมื่อได้สัมผัส Rosenzweig ตัวเป็นๆ ต้องยอมรับเลยว่า เขาเป็นผู้มีพลังสร้างสรรค์และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้างได้อย่างมากมาย จนต้องหาเรื่องสนทนาเพื่อจะชักชวนให้มาเมืองไทยสักครั้ง และสิ่งที่เขาตอบผมคือ Then, It’s your job to bring me there! เอาสิครับ งานเข้าเลย สมกับเป็นผู้แปลงไอเดียให้เป็นแอ็คชั่นจริงๆ

นับว่าเป็นการประชุม 2 วันที่คุ้มค่า และทำให้เห็นถึงสัญญาณของเรื่อง Sustainable and Responsible Investment (ย่อว่า SRI เช่นกัน) ในโหมดการลงทุนกระแสหลัก (Mainstream) โดยกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นรายใหญ่ๆ อย่างมีนัยสำคัญ


[Original Link]