Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

‘TSBI’ หนุนทำโซเชียลบิสิเนส

3 บิ๊กวงการชูทางเลือกใหม่ซีเอสอาร์เมืองไทยรับเศรษฐกิจทรุด


ชี้เทรนด์ซีเอสอาร์มาแรงต่อเนื่อง ไทยพัฒน์ผนึก YCA – อิมเมจพลัส ตั้ง TSBI หนุนภาคเอกชนทำโซเชียล บิสิเนสแบบยั่งยืน ไม่สูญเงินต้น ชูต้นแบบบังกลาเทศ เป็นทางเลือกใหม่ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา ชี้เดือนมีนาคมพร้อมจัดสัมมนาใหญ่เปิดตัวองค์กร

ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการ สถาบันไทยพัฒน์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ไทยพัฒน์ ร่วมกับ YUNUS Center AIT (YCA) และอิมเมจพลัส คอมมิวนิเคชั่น จัดตั้งหน่วยงานริเริ่มธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (Thailand Social Business Initiative : TSBI) เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้เรื่อง Social Business หรือ ธุรกิจเพื่อสังคม และผลักดันให้เกิดเป็นโครงการธุรกิจเพื่อสังคมแบบริเริ่ม ที่จะนำไปสู่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมต้นแบบในระดับประเทศ ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นโดย ศ.มูฮัมมัด ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 2006

ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการ สถาบันไทยพัฒน์
ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ
ผู้อำนวยการ สถาบันไทยพัฒน์
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาประเทศไทยจะคุ้นเคยกับการทำโซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์มากกว่า ซึ่งแท้จริงแล้วทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกัน โดยโซเชียล บิสิเนส จะมุ่งทำธุรกิจเพื่อสังคมโดยไม่หวังผลกำไร ขณะเดียวกันจะทำให้ธุรกิจไม่สูญเงินต้น และยังมีเงินหมุนเวียนในการทำกิจการต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้แม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยจุดเด่นของ TSBI คือ การนำองค์ความรู้ของแต่ละภาคส่วนมาผสานรวมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการดำเนินงานที่ถูกต้อง โดย YCA จะนำต้นแบบจากบังกลาเทศที่ประสบความสำเร็จมาใช้ในเมืองไทย

ขณะที่ ไทยพัฒน์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการทำ CSR–in–process มาวางแผนในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขณะที่ อิมเมจพลัส จะมีความเชี่ยวชาญด้านซีเอสอาร์ คอมมิวนิเคชันจากทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม

“ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องของซีเอสอาร์เข้ามามีบทบาทอย่างสูงในภาคเอกชน ซึ่งโซเชียล บิสิเนส เป็นอีกทางเลือกของการทำซีเอสอาร์ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ โดยเป้าหมายของทีเอสบีไอ คือ การดำเนินการใน 3 เรื่องได้แก่ “ตัวอย่าง” คือ การนำเสนอตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการทำโซเชียลบิสิเนสมาให้คนไทยได้รู้จัก ศึกษา หลังจากนั้นจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนดำเนินการและใช้เป็น “ตัวแบบ” เพื่อให้เป็นรูปธรรมก่อนที่จะส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืน ผ่าน “ตัวช่วย” เช่น การกระจายองค์ความรู้สู่ชุมชน”

ผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยในเดือนมีนาคมนี้ ทีเอสบีไอ จะเริ่มต้นจัดสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “การส่งเสริมพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย”เพื่อสร้างการรับรู้ต่อองค์กร พร้อมกับการจัดเลิร์นนิ่ง โปรแกรม ให้กับองค์กรที่สนใจด้วย

ดร.พิพัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากอดีตเมื่อ 10 ปีรูปแบบของการช่วยเหลือสังคมคือการบริจาค แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 3.0 เปลี่ยนแปลงกลายเป็นยุค sharevalue หรือการมีส่วนร่วมกันระหว่างองค์กรกับสังคม โดยการใช้กระบวนการทางธุรกิจมาช่วยเหลือสังคม

ขณะที่เอกชนก็ใช้ประเด็นทางสังคมมาเป็นโจทย์ทางธุรกิจ ทำให้เขาต้องมองสังคมมากขึ้น ถ้าตีโจทย์แตก ปัญหาทางสังคมก็ได้รับการแก้ไขไปได้ ธุรกิจและสังคมต่างก็ได้แบบ win-win


[Original Link]