Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

Social Business

Thailand Social Business Initiative

บทบาทของภาคธุรกิจในการร่วมพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมวิวัฒนาการขึ้นในหลายรูปแบบ จากขั้นพื้นฐานที่ธุรกิจซึ่งมีวัตถุประสงค์มุ่งกำไรเป็นหลัก ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเจียดกำไรส่วนหนึ่งมาตอบแทนคืนกลับสังคม (CSR-After-Process) ขยับมาเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อขจัดหรือลดผลกระทบทางลบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอันเกิดจากการประกอบธุรกิจที่มากกว่าการคำนึงถึงเพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย(CSR-in-Process)

สำหรับกิจการที่ผ่านระยะของการบริหารจัดการผลกระทบเชิงลบจนอยู่ตัวแล้วจะมีการพิจารณาใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์และความเชี่ยวชาญที่มีในธุรกิจ ดำเนินการส่งมอบคุณค่า หรือผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคมควบคู่ไปพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า การสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value)

จนกระทั่งมาสู่รูปแบบที่ใช้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจให้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาสังคมเป็นหลักซึ่งถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าผู้ประกอบการสังคม (Social Entrepreneur) ด้วยรูปแบบแยกย่อยในชื่อเรียกและคุณลักษณะที่ต่างกัน เช่น วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) ฯลฯ

ในต่างประเทศการประกอบธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมมีความเคลื่อนไหวที่ก่อตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการสำรวจตัวเลขการลงทุนในกิจการที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการสังคมของGlobal Sustainable Investment Alliance (GSIA) เมื่อปี 2557 ระบุว่า มีเม็ดเงินที่ลงทุนในกิจการที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการสังคมกระจายอยู่ทั่วโลกราว 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากการสำรวจในปี 2555

ในสหภาพยุโรปมีผู้ประกอบการสังคมอยู่จำนวน 2 ล้านราย ที่สร้างให้เกิดงาน 11 ล้านตำแหน่ง และในทุก ๆ 4 รายของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นจะเป็นผู้ประกอบการสังคม โดยเมื่อปี 2554 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ก่อตั้ง Social Business Initiative ขึ้นเพื่อพัฒนาภาคส่วนที่เป็นผู้ประกอบการสังคม ซึ่งมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมคิดเป็นร้อยละ 10 ของจีดีพีในสหภาพยุโรป

ปัจจุบันหลายประเทศมีการพัฒนารูปแบบของกิจการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมในหลายรูปแบบอาทิCommunity Interest Company (CIC), Benefit Corporation (B-Corp.), Low-profit Limited Liability Company (L3C), So-cial Purpose Corporation (SPC), Flexible Purpose Corporation (FPC)

ในประเทศไทยเป็นที่คาดหมายว่าจะมีการนำแนวคิด Social Business ตามนิยามของ "ศ.มูฮัมหมัด ยูนุส" คือเป็นธุรกิจที่ไม่สูญเงินต้น-ไม่ปันผลกำไร (Nonloss, Nondividend) มาใช้เป็นกลไกในการช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการขจัดปัญหาความยากจน การว่างงาน และก๊าซเรือนกระจก ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)

สถาบันไทยพัฒน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Thailand Social Business Initiative (TSBI) จึงจัดทำหนังสือชื่อ "Creating Social Business : สร้างธุรกิจเพื่อสังคม" เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการและองค์กรธุรกิจทำความเข้าใจรูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคมตามแนวทางของยูนุส เจ้าของแนวคิด Social Business ฉบับต้นตำรับ พร้อมตัวอย่างของธุรกิจเพื่อสังคมจำนวน 10 กิจการ ที่เกิดขึ้นในบังกลาเทศ จากการเข้าร่วมดำเนินงานของกิจการกรามีนที่ "ยูนุส" เป็นผู้บุกเบิกขึ้น

โดยผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับได้ที่สถาบันไทยพัฒน์ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ www.thaipat.org

ด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่อง Social Business ที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมให้เกิดผลอย่างเต็มที่เกิดเป็นกิจการประเภทSocial Business หรือธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น


[Original Link]