Thai CSR Network

(www.thaicsr.com)

Corporate Engagement in (New Normal) Society


การตื่นตัวของภาคธุรกิจในการดำรงบทบาทขององค์กรพลเมือง (Corporate Citizen) ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคม เด่นชัดมากขึ้นจากการแสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ขององค์กรในระดับ Engagement ที่มีความเข้มข้นกว่าระดับ Participation หรือ Involvement คือสูงกว่าขั้นการมีส่วนร่วมหรือการเข้าร่วมในระดับการกระทำ แต่ยังเป็นเรื่องของ Emotional and Intellectual Commitment ในระดับจิตใจและสติปัญญาร่วมด้วย

ส่วนเรื่องของ New Normal กับสังคมนั้น เป็นคำที่ใช้ในการปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ภาวะของสังคมหรือสภาพบางอย่างที่คงตัวหรือคุ้นเคย เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่สามารถคืนสภาพกลับเป็นดังเดิม เช่น ประเทศมีการเปลี่ยนระบอบการปกครอง เศรษฐกิจที่มีการเลื่อนไหลของเงินทุนในวิถีโลกาภิวัตน์ ระบบนิเวศน์ที่ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ต้องมีการปรับตัวเข้าสู่จุดปกติใหม่ ที่มิใช่จุดเดิม

ในต่างประเทศ เรื่อง Corporate Engagement in Society ประกอบด้วย 5 หลักการสำคัญ ได้แก่ Corporate Governance, Corporate Philanthropy, Corporate Social Responsibility, Corporate Social Entrepreneurship และ Global Corporate Citizenship (Klaus Schwab, 2008) โดยหลักการเหล่านี้ กำลังมีอิทธิพลต่อภาคธุรกิจในดินแดนตะวันตกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับในประเทศไทย เรามีหลักการที่ทรงคุณค่าสำคัญ อาทิ หลักพุทธธรรม และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็น Corporate Engagement Strategy ได้ ขณะที่ในดินแดนตะวันออก อย่างประเทศภูฏาน ก็กำลังมีการศึกษาเรื่อง Gross National Happiness (GNH) มาประยุกต์ใช้ในระดับองค์กรด้วย

สถาบันไทยพัฒน์ ได้ร่วมกับศูนย์คุณธรรมในการดำเนินโครงการสมัชชาคุณธรรมปี 2553 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านคุณธรรมใน 3 ประเด็นหลัก คือ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความพอเพียง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของหลักการบรรษัทภิบาล (CG) ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และเศรษฐกิจพอเพียง (SE) ในภาคธุรกิจ


โดยเมื่อวันพุธที่ 2 มิถุนายน 2553 ได้จัดให้มีการประชุมนำร่องระดมความคิดในหัวข้อ “Corporate Engagement in (New Normal) Society” เพื่อการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นผู้แทนจากเครือข่ายและองค์กรต่างๆ ดังนี้

1.หอการค้าไทย
2.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
3.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
4.สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (CSRI)
5.CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
6.สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ( IOD)
7.สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
8.สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA)
9.เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม SVN (Thailand)
10.ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
11.มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
12.บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย
13.บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค)
14.บมจ.บางจากปิโตรเลียม
15.บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น
16.PricewaterhouseCoopers FAS Limited
17.ศูนย์คุณธรรม
18.สถาบันไทยพัฒน์

การระดมความคิดครั้งนี้ ได้มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และมีโอกาสที่จะขยายเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรและเครือข่าย อาทิ

การใช้ Partnership Model กับการร่วมดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม
การบรรจุเรื่อง Ethics ในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ
การจัดเวทีสานเสวนาระดับท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม
การส่งเสริมให้ภาคธุรกิจหยิบยกเรื่องศีลธรรมมาสื่อสารในรูปแบบสมัยใหม่
การริเริ่มเครือข่ายการค้าที่โปร่งใสเป็นธรรมด้วยการผลักดันขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่
การสร้างสำนึกขั้นคุณธรรมในตัวผู้บริหาร ที่สูงกว่าขั้นกฎหมายและจริยธรรมทางธุรกิจ
การนำหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้ในการปฏิบัติงานขององค์กร
การหลีกเลี่ยงกิจกรรม CSR ที่เป็นการบริจาคในส่วนที่เป็นเหตุทำให้สังคมอ่อนแอลง

ข้อเสนอเหล่านี้ จะได้นำไปเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการประชุมระดมความคิดเพื่อค้นหารูปธรรมของการพัฒนาเพื่อการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืนครั้งต่อไป ในการสัมมนาระดมสมอง Thailand Competitiveness Conference 2010: กลุ่ม Dealing with Moral Competitiveness: Ethical and Moral Guideline for Thailand

-ครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2553
ณ ห้องอมร โรงแรมโฟร์ซีซั่น ถ.ราชดำริ กรุงเทพฯ
-ครั้งที่ 2 วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2553
ณ ห้องอมร โรงแรมโฟร์ซีซั่น ถ.ราชดำริ กรุงเทพฯ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจดี...ด้วยการทำดี บนฐานการพัฒนา
เวทีนี้... นับหนึ่งแล้ว
เอกชนผนึกภาครัฐเพิ่มขีดแข่งขันประเทศ
ล้อมองค์กรผูกพัน ร่วมใจใส่สติปัญญา
 ฟังบทสัมภาษณ์จากรายการลับคมธุรกิจ FM 90.5 MHz