Thaipat Institute

GRI Certified Training Partner นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556

รู้จัก    CG   ¦   ESG   ¦   CSR   ¦   CSV   ¦   SD   ¦   SE   ¦   SB

กิจการสื่อสารความยั่งยืนกันอย่างไร


ในช่วงต้นปีของทุกปี กิจการที่ขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ต่างมีการประมวลข้อมูลความยั่งยืนที่ได้ดำเนินมาตลอดทั้งปี ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จัดทำเป็นรายงานเปิดเผยในช่วงเวลาเดียวกับการเปิดเผยรายงานประจำปี (Annual Report) ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Sustainability Report

รายงานความยั่งยืน หรือ Sustainability Report เป็นเอกสารที่เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่องค์กรจัดทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการใช้ข้อมูลของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ที่ลำพังรายงานทางการเงินเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสะท้อนข้อมูลการดำเนินงานในภาพรวมของกิจการได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน

องค์กรที่เป็นผู้นำในการเผยแพร่รายงานความยั่งยืน ได้แก่ เหล่าบริษัทมหาชน โดยเฉพาะบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ต้องแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงาน และผลกระทบจากการดำเนินงานที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในอันที่จะสะท้อนถึงความยั่งยืนในการดำเนินงานของกิจการ

เมื่อการจัดทำรายงานความยั่งยืนเป็นที่นิยมแพร่หลาย และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงมีความพยายามในการกำหนดรูปแบบของการจัดทำรายงานให้มีบรรทัดฐานเดียวกัน เพื่อให้ผู้อ่านรายงานสามารถศึกษาวิเคราะห์และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลที่องค์กรเปิดเผยระหว่างกันได้

ในรายงานการสำรวจ KPMG Survey of Sustainability Reporting 2020 ระบุว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วโลก ได้มีการจัดทำรายงานความยั่งยืนในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2020 ร้อยละ 96 ของบริษัทในกลุ่ม G250 (บริษัทที่มีรายได้สูงสุด 250 แห่งในโลก จากการจัดอันดับของ Fortune 500) และร้อยละ 80 ของบริษัทในกลุ่ม N100 (บริษัทที่มีรายได้สูงสุด 100 แห่ง คัดจาก 5,200 บริษัท จาก 52 ประเทศทั่วโลก) มีการจัดทำรายงานความยั่งยืนเปิดเผยต่อสาธารณะ



ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้กำหนดมาตรฐาน รวมทั้งหน่วยงานผู้กำกับดูแล และตัวกลางซื้อขายหลักทรัพย์ ต่างมีการออกแนวทางการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนสำหรับบริษัทจดทะเบียน และมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

โดยมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง คือ GRI Standards ที่จัดทำขึ้นโดยองค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative)

GRI เป็นองค์กรอิสระ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2540 เป็นหน่วยงานที่ให้กำเนิดกรอบการรายงานด้านความยั่งยืนของกิจการฉบับแรก ที่เรียกว่า G1 ในปี พ.ศ.2543 ถัดจากนั้น GRI ได้ประกาศแนวทางการรายงานในฉบับ G2 ที่เวทีการประชุมสุดยอดโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่นครโจฮันเนสเบอร์ก ในปี พ.ศ.2545 และตามมาด้วยฉบับ G3 ในปี พ.ศ.2549 อันเป็นผลจากการยกร่างของบรรดาผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คน ทั้งจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคมและผู้แทนภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วม กรอบการรายงานฉบับดังกล่าวได้กลายมาเป็นมาตรฐานตามความนิยม (de facto standard) สำหรับการรายงานแห่งความยั่งยืน และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยได้มีการปรับปรุงเป็นฉบับ G3.1 ในปี พ.ศ.2554 และพัฒนามาเป็นฉบับ G4 เมื่อปี พ.ศ.2556 จนนำมาสู่การยกระดับเป็นมาตรฐานการรายงาน GRI ในปี พ.ศ.2559

ในรายงานการสำรวจ KPMG Survey of Sustainability Reporting 2020 ฉบับเดียวกัน ระบุว่า ร้อยละ 77 ของบริษัทในกลุ่ม N100 และร้อยละ 84 ของบริษัทในกลุ่ม G250 มีการใช้แนวทางหรือกรอบการรายงาน ในการจัดทำรายงานความยั่งยืนของกิจการ



แนวทางและมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงมากสุด ได้แก่ GRI โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 2 ใน 3 ของบริษัทที่จัดทำรายงานในกลุ่ม N100 และราว 3 ใน 4 ของบริษัทที่จัดทำรายงานในกลุ่ม G250

ส่วนแนวทางและมาตรฐานอื่นที่ใช้อ้างอิงรองลงมา ได้แก่ Sustainability Accounting Standards Board (SASB) framework และ International Standards Organization (ISO)

จึงเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า บริษัทจดทะเบียนไทยที่มีการจัดทำรายงานความยั่งยืน ต่างมีการใช้ GRI เป็นมาตรฐานอ้างอิงในการจัดทำรายงานเป็นหลัก

ปัจจุบัน มีบริษัทจดทะเบียนไทยที่จัดทำรายงานความยั่งยืน หรือรายงานที่ใกล้เคียงในชื่ออื่น เป็นจำนวนราวหนึ่งในสามของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด โดยผู้ลงทุนหรือผู้ที่สนใจทั่วไป สามารถศึกษาข้อมูลในรายงานฉบับดังกล่าว เพื่อใช้ประเมินการดำเนินงานของกิจการที่เกี่ยวโยงกับประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอื้อให้ผู้ลงทุนสามารถคาดการณ์ถึงผลประกอบการในอนาคตของกิจการได้อย่างครอบคลุมรอบด้านมากยิ่งขึ้น


[Original Link]



ปีแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


สหประชาชาติได้ประกาศให้ ปี ค.ศ.2021 เป็นปีแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (International Year of Creative Economy for Sustainable Development)

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นที่กล่าวถึงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาในฐานะ 'อนาคตของเศรษฐกิจโลก' และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายโดยมีที่มาจากหนังสือของจอห์น ฮาวกินส์ (John Howkins) ที่มีชื่อว่า The Creative Economy : How People Make Money from Ideas ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ.2001 ว่าด้วยเศรษฐกิจที่มีแนวคิดเติมเต็มไปด้วย 'จินตนาการ ภูมิปัญญา สังคม วัฒนธรรม และผู้คน'

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือ แนวคิดในการนำ 'สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม' (Cultural Assets-Based) ทั้งที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ ผนวกเข้ากับ 'นวัตกรรม' (Innovation) และ 'ความคิดสร้างสรรค์' (Creativity) มาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (Commercialization) สร้างเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ อาจกล่าวได้ว่า แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือ การคิดต่อยอดจากสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น ให้มีคุณค่ามากขึ้น

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะสมบูรณ์ได้ ต้องมีความแข็งแกร่งของ B2P คือ Business, People and Place (ธุรกิจ, ผู้คน และพื้นที่) พัฒนาไปด้วยกัน เศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงไม่ใช่การมุ่งใช้จินตนาการเพื่อสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการคิดถึงทุกฝ่าย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แล้วผลลัพธ์ในท้ายสุดคือ ธุรกิจมีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง มีฐานรากที่มั่นคง และมีพันธมิตรมากขึ้น

ในหลายประเทศทั่วโลกเล็งเห็นความสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในเศรษฐกิจโลกในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา จึงจัดตั้งองค์กรเฉพาะด้านเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาประเทศ

ในประเทศไทย ได้มีการจัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ Creative Economy Agency (CEA) ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยมีภารกิจใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการพัฒนาบุคลากรสร้างสรรค์ (Creative People) ด้านการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business) และด้านการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Place)

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้กำหนดไว้ว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 12 สาขาหลัก ได้แก่ งานฝีมือและหัตถกรรม ศิลปะการแสดง ทัศนศิลป์ ดนตรี ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ การพิมพ์ การกระจายเสียง ซอฟต์แวร์ โฆษณา การออกแบบ สถาปัตยกรรม และแฟชั่น โดยมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอีก 3 สาขา คือ อาหารไทย การแพทย์แผนไทย และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ตัวเลขใน ปี 2561 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ราว 1.46 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อ GDP ของประเทศ อยู่ที่ร้อยละ 8.93

โดยสาขาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีมูลค่า 4.09 แสนล้านบาท (ร้อยละ 28.04) อุตสาหกรรมอาหารไทย 2.67 แสนล้านบาท (ร้อยละ 18.29) อุตสาหกรรมการโฆษณา 2.08 แสนล้านบาท (ร้อยละ 14.28) อุตสาหกรรมแฟชั่น 1.89 แสนล้านบาท (ร้อยละ 12.99) และอุตสาหกรรมการออกแบบ 1.25 แสนล้านบาท (ร้อยละ 8.6) ตามลำดับ

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในห้วงปีแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นความท้าทายที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้


[Original Link]



หมวดหนังสือ 6 ทิศทาง ประจำปี

หนังสือเด่น         


6 ทิศทาง ESG ปี 2568


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของภาคธุรกิจ ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 2025 ESG Trends: จาก ‘วิถียั่งยืน’ สู่ ‘วิสัยยั่งยืน’ ความหนา 34 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่ในวิถีการพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถใช้ประเด็นด้าน ESG ในการปรับแนวและจุดเน้นขององค์กรให้สอดรับกับขีดความสามารถของกิจการ เพื่อขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนอย่างมีสมรรถภาพ, 2568.



6 ทิศทาง ESG ปี 2567


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของภาคธุรกิจ จัดทำเป็นหนังสือชื่อว่า ‘ESG in 2024 and Beyond: Who Cares Earns’ ความหนา 34 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจที่ต้องการใช้ประเด็นด้าน ESG ในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระดับต่าง ๆ ได้แนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ตามบริบทของกิจการ เพื่อให้ทันกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิผล, 2567.



6 ทิศทาง CSR ปี 2566


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2566 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2566: LEAN • CLEAN • GREEN’ ความหนา 28 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจสามารถนำไปเป็นปัจจัยนำเข้า และใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยมี ESG เป็นกรอบในการขับเคลื่อนตามบริบทที่เหมาะสมของแต่ละกิจการให้มีความครอบคลุมอย่างรอบด้าน, 2566.



6 ทิศทาง CSR ปี 2565


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2565 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2565: From ‘Net Zero’ to ‘Social Positive’ ความหนา 20 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จากรูปแบบการดำเนินงานทางธุรกิจที่ให้ผลบวกต่อสังคม และใช้พัฒนาแนวทางการสื่อสารข้อมูลผลกระทบทางบวกที่มีต่อสังคมให้เกิดประสิทธิผล, 2565.



6 ทิศทาง CSR ปี 2564


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2564 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า “6 ทิศทาง CSR ปี 2564: Building Resilient Enterprise” ความหนา 34 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นข้อมูลเพื่อวางแนวทางการดำเนินงานในปี 2564 และใช้วางกลยุทธ์การปรับตัวสู่ภาวะปกติใหม่ (New Normal) หลังผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19, 2564.



6 ทิศทาง CSR ปี 2563


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2563 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2563: The Year of Sustainpreneurship ความหนา 24 หน้า เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจ ในการใช้เป็นแนวทางเสริมสร้างภาวะผู้ประกอบความยั่งยืนให้เกิดขึ้น ในอันที่จะส่งมอบคุณค่าร่วมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า ผู้ส่งมอบ ชุมชนท้องถิ่น และสังคมโดยรวม, 2563.



6 ทิศทาง CSR ปี 2562


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2562 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability ความหนา 28 หน้า เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานในเรื่อง Value x Impact ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรและความคาดหวังของสังคมควบคู่ไปพร้อมกัน, 2562.



6 ทิศทาง CSR ปี 2561


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม ประจำปี 2561 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2561: The Sphere of Sustainability ความหนา 28 หน้า เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจในการวางกลยุทธ์องค์กรที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของกิจการ ให้สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนในระดับสากล, 2561.



6 ทิศทาง CSR ปี 2560


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม ประจำปี 2560 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2560: Articulating 'Global Goals' to 'Local Impacts' ความหนา 24 หน้า เผยแพร่ให้แก่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ สำหรับเป็นแนวทางการดำเนินงานในทางที่ตอบสนองต่อเป้าหมายโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ก่อให้เกิดเป็นผลกระทบที่คาดหวังสู่ชุมชนท้องถิ่นและสังคมโดยรวม, 2560.



6 ทิศทาง CSR ปี 2559


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2559 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2559: New SD Paradigm ความหนา 24 หน้า เผยแพร่ให้แก่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ รวมทั้งเป็นแนวทางในการปรับโจทย์เพื่อรองรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ในระดับสากล, 2559.



6 ทิศทาง CSR ปี 2558


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2558 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2558: Sustainable Enterprise ความหนา 24 หน้า เผยแพร่ให้แก่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนของกิจการ และพร้อมรองรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC), 2558.



6 ทิศทาง CSR ปี 2557


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2557 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2557: Corporate Citizenship ความหนา 24 หน้า เผยแพร่ให้แก่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนของกิจการ, 2557.



6 ทิศทาง CSR ปี 2556


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2556 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR & Sustainability ปี 2556: Sustainable Development 2.0 ความหนา 30 หน้า เผยแพร่ให้แก่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนของกิจการ, 2556.



6 ทิศทาง CSR ปี 2555


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคมและแนวโน้มด้านความยั่งยืน ประจำปี 2555 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR & Sustainability ปี 2555: Reinforcing your CSR ความหนา 34 หน้า เพื่อเป็นข้อมูลแก่ธุรกิจที่สนใจสำหรับใช้เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกลยุทธ์ CSR และ Sustainability ขององค์กร ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน, 2555.



6 ทิศทาง CSR ปี 2554


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของ CSR จากปี 2553 สู่ปี 2554 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2554: Reporting your CSR ความหนา 28 หน้า สำหรับให้องค์กรใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนดำเนินงาน CSR รวมทั้งเตรียมพร้อมรองรับกระแสความต้องการของการรายงาน CSR ได้อย่างทันสถานการณ์, 2554.



6 ทิศทาง CSR ปี 2553


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของ CSR จากปี 2552 สู่ปี 2553 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง ซีเอสอาร์ ปี 2553: Repositioning your CSR ความหนา 32 หน้า สำหรับเป็นแนวทางในการสำรวจและทบทวนการวางตำแหน่ง (Repositioning) ซีเอสอาร์ขององค์กร เพื่อสร้างสมให้เกิดเป็นคุณค่า CSR ขององค์กรที่สังคมตระหนักในระยะยาว, 2553.



6 ทิศทาง CSR ปี 2552


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของ CSR จากปี 2551 สู่ปี 2552 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2552: Creative CSR ความหนา 16 หน้า สำหรับเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจจาก Strategic CSR สู่ Creative CSR เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาองค์กรเพื่อแปรเปลี่ยนวิกฤตที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสอย่างสร้างสรรค์, 2552.



6 ทิศทาง CSR ปี 2551


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของ CSR จากปี 2550 สู่ปี 2551 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2551: High Performance CSR ความหนา 22 หน้า เพื่อให้เห็นทิศทางที่ต่อเนื่องในการขับเคลื่อน CSR ขององค์กรธุรกิจจากการสร้างพันธะแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม (Engaged CSR) สู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะความรับผิดชอบสูง (High Performance CSR) สอดรับกับกระแสความเคลื่อนไหวของ CSR โลก, 2551.



6 ทิศทาง CSR ปี 2550


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประมวลภาพความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของ CSR จากปี 2549 สู่ปี 2550 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 6 ทิศทาง CSR ปี 2550: จากบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) สู่บรรษัทบริบาล (Corporate Social Responsibility) ความหนา 25 หน้า เพื่อเผยแพร่ให้แก่องค์กรธุรกิจสามารถใช้สนับสนุนการวางแผนการดำเนินกิจกรรม CSR ได้อย่างมีกลยุทธ์ และเพื่อให้ทันกับกระแส CSR โลกที่กำลังเกิดขึ้น, 2550.





หมวดหนังสือ Judge Report

หนังสือเด่น         


Judge Report: 2018 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัล Sustainable Excellence 1 บริษัท รางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 7 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 12 บริษัท ระดับดีเด่น 11 และระดับ Recognition 20 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 100 บริษัท, 2561.



Judge Report: 2017 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2560 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 8 บริษัท ระดับดีเด่น 15 ระดับ Recognition 16 บริษัท รางวัล AWARD OF SUSTAINABLE EXCELLENCE 1 บริษัท และรางวัล Outstanding New Comer 1 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 104 บริษัท, 2560.



Judge Report: 2016 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2559 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 3 บริษัท ระดับดีเด่น 23 บริษัท Recognition 10 บริษัท และรางวัล AWARD OF SUSTAINABLE EXCELLENCE 1 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 124 บริษัท, 2559.



Judge Report: 2015 Sustainability Report Award


ดาวน์โหลด รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2558 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 3 บริษัท ระดับดีเด่น 19 บริษัท และ Recognition 9 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 106 บริษัท, 2558.



Judge Report: 2014 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 2 บริษัท และระดับดีเด่น 15 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 64 บริษัท, 2557.



Judge Report: 2013 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 1 บริษัท และระดับดีเด่น 16 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 48 บริษัท, 2556.





หมวดหนังสือ COVID

หนังสือเด่น         


Resilient Enterprise Guidebook


สถาบันไทยพัฒน์ จัดทำหนังสือคู่มือนำทางสร้างองค์กรพร้อมผัน “Resilient Enterprise Guidebook” ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง ความหนา 58 หน้า แนวทางการปรับองค์กรให้มีภาวะพร้อมผัน (Resilience) ด้วยการนำข้อปฏิบัติทางธุรกิจด้านวัฒนธรรมสุขภาพ (Culture of Health Business Practices) มาเป็นปัจจัยนำเข้าสำหรับการจัดวางกลยุทธ์องค์กรให้รองรับการขับเคลื่อนธุรกิจวิถีปกติใหม่ และการเป็นองค์กรพร้อมผันในทุกสถานการณ์, 2564



Business Recovery Playbook on COVID-19


สถาบันไทยพัฒน์ จัดทำหนังสือบทบาทของภาคธุรกิจในช่วงการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 “Business Recovery Playbook on COVID-19” ความหนา 134 หน้า โดยรวบรวมกรณีตัวอย่างจากการดำเนินงานของภาคธุรกิจในช่วงการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 35 แห่ง ประมวลเป็นรูปแบบกิจกรรมใน 3 ด้าน สำหรับใช้เป็นแนวปฏิบัติสำหรับองค์กรในช่วงการฟื้นตัว (Recovery) จากสถานการณ์, 2564



Investor Response Guidance on COVID-19



สถาบันไทยพัฒน์ จัดทำเอกสาร Investor Response Guidance on COVID-19 ความหนา 9 หน้า เผยแพร่ 7 แนวทางที่ผู้ลงทุนควรลงมือดำเนินการโดยทันที เพื่อดูแลจัดการประเด็น ESG ในระยะสั้น และปรับวางแนวการฟื้นตัวที่ให้ผลลัพธ์ทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาว, 2563.



Business Response Guidance on COVID-19



สถาบันไทยพัฒน์ จัดทำเอกสาร Business Response Guidance on COVID-19 ความหนา 9 หน้า เผยแพร่ 6 แนวทางการดำเนินงานรับมือสถานการณ์โควิด-19 ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน และใช้สื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ, 2563.





หมวดหนังสือ ESG

หนังสือเด่น         


ทิศทาง ESG 2026: Sustainability Red Flags


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของภาคธุรกิจ ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 2026 ESG Trends: Sustainability Red Flags ความหนา 36 หน้า เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรธุรกิจสามารถนำปัจจัยด้าน ESG มาใช้เป็นโอกาสในการแปลงรูปแบบธุรกิจให้มีเกราะป้องกันภายในตัวที่ดี พร้อมรับมือกับความผันผวนจากภายนอก และเพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่งสู่วันข้างหน้า, 2569.



ทิศทาง ESG 2025: จาก ‘วิถียั่งยืน’ สู่ ‘วิสัยยั่งยืน’


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของภาคธุรกิจ ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้รายงานที่มีชื่อว่า 2025 ESG Trends: จาก ‘วิถียั่งยืน’ สู่ ‘วิสัยยั่งยืน’ ความหนา 34 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่ในวิถีการพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถใช้ประเด็นด้าน ESG ในการปรับแนวและจุดเน้นขององค์กรให้สอดรับกับขีดความสามารถของกิจการ เพื่อขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนอย่างมีสมรรถภาพ, 2568.



ทิศทาง ESG 2024 and Beyond


สถาบันไทยพัฒน์ ทำการประเมินแนวโน้มความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของภาคธุรกิจ จัดทำเป็นหนังสือชื่อว่า ‘ESG in 2024 and Beyond: Who Cares Earns’ ความหนา 34 หน้า สำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจที่ต้องการใช้ประเด็นด้าน ESG ในการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระดับต่าง ๆ ได้แนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ตามบริบทของกิจการ เพื่อให้ทันกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิผล, 2567.



รู้จักหุ้น ESG100: ประตูสู่การลงทุนที่ยั่งยืน


หนังสือ "รู้จักหุ้น ESG100: ประตูสู่การลงทุนที่ยั่งยืน" ฉบับปี 2562 ความหนา 44 หน้า ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ลงทุนและองค์กรธุรกิจ ในการทำความเข้าใจต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่เชื่อมโยงกับบทบาทของบริษัทที่มีต่อเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) รูปแบบการลงทุนโดยใช้ข้อมูล ESG และตัวอย่างการลงทุนที่ยั่งยืนในประเทศไทย, 2562.





หมวดหนังสือ SDG

หนังสือเด่น         


Corporate SDG Impact


หนังสือ "Corporate SDG Impact: From Purpose to Performance" ความหนา 70 หน้า แนวทางการนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ภายใต้บริบทของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และใช้เป็นเครื่องวัดการดำเนินงานในระดับกิจการ เพื่อให้ได้ข้อมูลในระดับตัวชี้วัด (Indicator-level SDG) ที่มีความคล้องจองกับข้อมูล SDG ที่รัฐบาลจัดเก็บในระดับประเทศ, 2563.


SDG Business


หนังสือ "SDG Business: Corporate Action on Sustainable Development ความหนา 72 หน้า เอกสารตั้งต้นสำหรับภาคเอกชนในการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) พร้อมแนวทางการดำเนินงานของภาคธุรกิจใน 5 ขั้นตอนที่สนับสนุนการตอบโจทย์การแก้ปัญหาที่ระบุในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ, 2560





หมวดหนังสือ Social Business

หนังสือเด่น         


Creating Social Business


หนังสือ "Creating Social Business: สร้างธุรกิจเพื่อสังคม ความหนา 36 หน้า เอกสารตั้งต้นสำหรับผู้ประกอบการและองค์กรธุรกิจ ในการทำความเข้าใจรูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคมตามแนวทางของยูนุส เจ้าของแนวคิด Social Business ฉบับต้นตำรับ พร้อมตัวอย่างของธุรกิจเพื่อสังคม จำนวน 10 กิจการ ที่เกิดขึ้นในบังกลาเทศ จากการเข้าร่วมดำเนินงานของกิจการกรามีนที่ยูนุสเป็นผู้บุกเบิกขึ้น, 2559.





หมวดหนังสือ CSV

หนังสือเด่น         


Creating Shared Value (CSV)


หนังสือ "กลยุทธ์ธุรกิจคู่สังคม: Creating Shared Value (CSV) ความหนา 27 หน้า เอกสารตั้งต้นสำหรับองค์กรในการทำความเข้าใจเรื่องการสร้างคุณค่าร่วมตามแนวทางของไมเคิล อี พอร์เตอร์ และ มาร์ค เครเมอร์ เจ้าของแนวคิด CSV ฉบับต้นตำรับ โดยทีมที่ปรึกษาของสถาบันไทยพัฒน์ซึ่งผ่านการอบรมและได้รับการรับรองให้เป็น Certified Shared Value Consultant จาก Shared Value Initiative, 2557.





หมวดหนังสือ Sustainability

หนังสือเด่น         


กรอบการรายงานความยั่งยืนเฉพาะกิจ: ตระกูล TxFD


สถาบันไทยพัฒน์ ได้จัดทำหนังสือ กรอบการรายงานความยั่งยืนเฉพาะกิจ: ตระกูล TxFD ความหนา 38 หน้า ที่เป็นกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับภูมิอากาศ (TCFD) การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับธรรมชาติ (TNFD) และการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสังคมและความเหลื่อมล้ำ (TISFD) เพื่อให้องค์กรธุรกิจได้รู้เท่าทันความเคลื่อนไหวในบริบทของการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับความยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง, 2568.



The State of Corporate Sustainability in 2024


รายงานสถานภาพความยั่งยืนของกิจการ ปี 2567 ความหนา 122 หน้า เป็นการประมวลสถานการณ์การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่เป็นภาพรวมในระดับสากล และในประเทศไทย ผ่านมุมมองของการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกิจการ ซึ่งรวบรวมจากบริษัทจดทะเบียน 838 แห่ง และกิจการอื่น ๆ อีก 92 ราย รวม 930 ราย รวมทั้งการนำเสนอกรอบการเปิดเผยข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงตามเรื่องความยั่งยืนที่เร่งด่วน, 2567.



The State of Corporate Sustainability in 2022


สถาบันไทยพัฒน์ ได้ทำการสำรวจข้อมูลสถานภาพความยั่งยืนของกิจการ ประจำปี 2565 จัดทำเป็นรายงานชื่อว่า The State of Corporate Sustainability in 2022" ความหนา 122 หน้า เพื่อนำเสนอทิศทางและกระแสนิยมของการเปิดเผยข้อมูล ESG ขององค์กร รวมถึงการวิเคราะห์สถานภาพการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ โดยสำรวจจากองค์กรที่มีการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ทั้งสิ้น 854 ราย, 2565.



The State of Corporate Sustainability in 2020


สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งเน้นงานส่งเสริมความยั่งยืนของกิจการ และขับเคลื่อนเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการร่วมกับภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง ได้ทำการประมวลและจัดทำรายงานสถานภาพความยั่งยืนของกิจการ “The State of Corporate Sustainability in 2020” ความหนา 94 หน้า จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลความยั่งยืนที่เปิดเผยโดยองค์กรสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน 115 แห่ง, 2563.


The Power of Sustainability


หนังสือ "พลังแห่งความยั่งยืน: The Power of Sustainability" ความหนา 40 หน้า แนวทางในการใช้เครื่องมือ Value Driver Model และ Impact Management ในการเพิ่มคุณค่าและผลกระทบจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมมาใช้ตอบโจทย์ความยั่งยืน และเสริมสร้างผลประกอบการในระยะยาวให้แก่กิจการ, 2562.



Judge Report: 2018 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัล Sustainable Excellence 1 บริษัท รางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 7 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 12 บริษัท ระดับดีเด่น 11 และระดับ Recognition 20 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 100 บริษัท, 2561.



State of the Corporate Sustainability Report


สถาบันไทยพัฒน์ได้ทำการประมวลข้อมูลด้านการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการจำนวน 100 แห่ง โดยการสนับสนุนของ CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัดทำเป็นรายงาน State of the Corporate Sustainability Report in 2018 จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม โดยการวิเคราะห์สถานภาพการพัฒนาความยั่งยืนของกิจการ อาศัยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่ปรากฎในรายงานแห่งความยั่งยืน รายงานประจำปี และข้อมูลด้าน ESG ขององค์กร ที่เปิดเผยแก่สาธารณะ (ข้อมูลเพิ่มเติม), 2561.



The Sphere of Sustainability


หนังสือ "มณฑลแห่งความยั่งยืน: The Sphere of Sustainability ความหนา 68 หน้า คู่มือไขความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างเรื่อง CG, ESG, CSR, CSV, SD, SE, SB อย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจต่อแนวคิดในเรื่องความยั่งยืนที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม และให้กิจการนำแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติ จนสามารถบรรลุเป้าหมายปลายทางที่เป็นความยั่งยืนของกิจการ, 2561.



Judge Report: 2017 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2560 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 8 บริษัท ระดับดีเด่น 15 ระดับ Recognition 16 บริษัท รางวัล AWARD OF SUSTAINABLE EXCELLENCE 1 บริษัท และรางวัล Outstanding New Comer 1 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 104 บริษัท, 2560.



Judge Report: 2016 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2559 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 3 บริษัท ระดับดีเด่น 23 บริษัท Recognition 10 บริษัท และรางวัล AWARD OF SUSTAINABLE EXCELLENCE 1 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 124 บริษัท, 2559.



Judge Report: 2015 Sustainability Report Award


ดาวน์โหลด รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2558 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 3 บริษัท ระดับดีเด่น 19 บริษัท และ Recognition 9 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 106 บริษัท, 2558.



GRI Sustainability Reporting Process (G4)


หนังสือ "GRI Sustainability Reporting Process: G4 ฉบับ How-to" ความหนา 81 หน้า คู่มือในการจัดทำรายงานความยั่งยืนตามแนวทางของ GRI ฉบับ G4 พร้อมข้อมูลท็อป 10 ประเด็นความยั่งยืนที่มีการรายงานสูงสุดใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้ง 20 คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน, 2558.



Judge Report: 2014 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 2 บริษัท และระดับดีเด่น 15 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 64 บริษัท, 2557.



Judge Report: 2013 Sustainability Report Award


รายงานของคณะกรรมการ (Judge Report) พิจารณาตัดสินรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจเผยแพร่ข้อมูลด้าน ESG เพิ่มเติมจากข้อมูลทางการเงิน มีบริษัทที่ได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ระดับยอดเยี่ยม 1 บริษัท ระดับดีเยี่ยม 1 บริษัท และระดับดีเด่น 16 บริษัท จากบริษัทที่ส่งรายงานความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ 48 บริษัท, 2556.



แนวทางการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน


หนังสือ "แนวทางการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน" ความหนา 72 หน้า เอกสารที่เรียบเรียงขึ้นจากแนวทางการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืนของ GRI ฉบับ 3.1 ที่แนะนำให้ใช้เป็นเอกสารตั้งต้นสำหรับบริษัทจดทะเบียนและองค์กรธุรกิจทั่วไป ในการศึกษาทำความเข้าใจถึงแนวทางและวิธีการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน จัดพิมพ์โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2555.